เกร็ดความรู้

หมดปัญหาปวดข้อต่อและกระดูก อย่ารอช้า ลองทำตาม 5 เคล็ดลับดูแลกระดูกและข้อได้เลย

เมื่อข้อต่อและกระดูกยังแข็งแรงดีอยู่ เราก็อาจลืมสนใจในการบำรุงรักษาข้อต่อและกระดูกไปบ้าง หลายคนไม่สนใจว่าอาหารแบบไหนจะเสริมหรือทำร้ายข้อต่อและกระดูกหรือมีไลฟ์สไตล์ที่เสี่ยงต่อการเป็นโรคข้อเสื่อม ถึงแม้ส่วนสำคัญที่สุดที่จะช่วยบำรุงรักษาข้อต่อและกระดูกให้แข็งแรงคืออาหารการกิน แต่เราก็ต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินชีวิตควบคู่กันไปด้วย ซึ่งวันนี้เราจะมาบอกถึงเคล็ดลับการป้องกันปัญหาข้อต่อและกระดูกต่าง ๆ ให้ห่างไกลโรคข้อเสื่อม มาดูกันเลยค่ะ

1.เสริมแคลเซียมให้เพียงพอ

แคลเซียมเป็นแร่ธาตุที่สำคัญมากที่สุดในการบำรุงกระดูก ซึ่งผู้ใหญ่ควรได้แคลเซียม1,000 มิลลิกรัมต่อวัน เพราะแคลเซียมจะรักษากระดูกให้แข็งแรงและป้องกันไม่ให้กระดูกหักง่าย สำหรับผู้สูงอายุควรได้รับแคลเซียมที่มากกว่าเดิม โดยผู้ชายอายุ 50 ปีขึ้นไปและผู้หญิงอายุ 70 ปีขึ้นไป ร่างกายจะต้องการแคลเซียม 1,200 มิลลิกรัมต่อวันค่ะ
เราสามารถเสริมแคลเซียมให้ร่างกายด้วยอาหารที่มีแคลเซียมสูง เช่น นม บร็อคโคลี ปลาแซลมอน ผักใบเขียว ถั่วเหลืองและชีส แต่มีคำเตือนเอาไว้ว่า เราไม่ควรบริโภคแคลเซียมเกิน 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน เพราะผลข้างเคียงของการกินแคลเซียมมากเกินไปคือ ทำให้เกิดอาการท้องผูก อาหารไม่ย่อย และเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดนิ่วในไตได้ค่ะ

2.เติมวิตามินให้ร่างกาย

ร่างกายของเราควรได้รับวิตามินดีอย่างน้อย 600 หน่วยสากลต่อวัน โดยวัยรุ่นและผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพดีสามารถได้รับวิตามินดีถึง 4,000 ไอยูต่อวัน วิธีง่าย ๆ คือออกไปรับแสงแดด แต่ขอเป็นแค่ช่วงเช้าที่ไม่ทำร้ายผิวจนไหม้นะคะ เราอาจจะต้องดูด้วยว่าเราอยู่ที่ไหน ถ้าแสงแดดประเทศไทยก็ต้องระวังสักนิดนึงค่ะ เพราะ 9 โมงเช้าผิวก็อาจเบิร์นได้แล้ว แต่ถ้าเราถูกแดดไม่ได้แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อหาวิธีได้รับวิตามินดีทางอื่น เป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุดค่ะ

3.แมงกานีส สังกะสี และทองแดง ของมันต้องมี

อาหารที่ดีต่อสุขภาพอย่าง โปรตีนไขมันต่ำ ธัญพืชเต็มเมล็ด ผักและผลไม้ เป็นอาหารที่ควรรับประทานทุกวัน เพราะอาหารเหล่านี้จะมีแร่ธาตุที่พบในกระดูกค่ะ เพราะฉะนั้นในแต่ละวันควรมีอาหารเหล่านี้ อาหารที่มีแมงกานีสสูงได้แก่ ถั่วเปลือกแข็ง หอย ช็อกโกแลตดำ ถั่วเหลือง และเมล็ดทานตะวัน อาหารที่มีสังกะสีสูง คือ เนื้อวัว หอย และถั่วลิสง และสุดท้ายคือทองแดง จะพบในปลาหมึก ล็อบสเตอร์ มะเขือเทศตากแห้ง และหอยนางรมค่ะ

4.ดื่มน้ำสะอาด

น้ำสะอาดเป็นยาวิเศษของร่างกายค่ะ เพราะร่างกายต้องการน้ำมาหล่อเลี้ยงเพื่อให้ทำงานได้ตามปกติ น้ำมีประโยชน์ต่อร่างกายทุกส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งอวัยวะและข้อต่อต่าง ๆ และมีผลการศึกษาว่าดื่มน้ำช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคกระดูกพรุนได้ ซึ่งปริมาณน้ำที่เราต้องการโดยทั่วไปแล้วผู้หญิงควรดื่มน้ำเก้าถ้วยต่อวัน ส่วนผู้ชายควรดื่มน้ำ 13 แก้วต่อวัน การดื่มน้ำก็คือดื่มตลอดทั้งวันอย่าให้ร่างกายขาดน้ำค่ะ และน้ำสะอาดนี่แหละ ดีที่สุด

5.เสริมด้วยคอลลาเจนไทพ์ทู

คอลลาเจน ไทพ์ ทู (NutrimasterCollagen Type II) เป็นตัวช่วยสำคัญในเรื่องของข้อต่อและกระดูกมาก ๆ ค่ะ เพราะช่วยลดการเจ็บปวดที่บริเวณข้อต่อต่าง ๆ ลดความเสี่ยงโรคข้อเสื่อมได้ ซึ่งคอลลาเจนตัวนี้จะอยู่ในกระดูกอ่อนบริเวณข้อต่อต่าง ๆ ซึ่งเราสามารถเสริมคอลลาเจนตัวนี้ให้กับร่างกายได้ด้วยอาหารเสริม “ นูทรีมาสเตอร์ บอนแคลไทพ์ทู”(Nutrimaster BONCAL Type II)ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีคอลลาเจนไทพ์ทูลิขสิทธิ์เฉพาะจากUCIIสถาบัน InterHealthประเทศสหรัฐอเมริกามีแคลเซียมและวิตามินดี เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับกระดูกและข้อต่อ
คอลลาเจนไทพ์ทูตัวนี้เป็นอาหารเสริมที่เหมาะกับผู้ที่เป็นโรคข้อเสื่อม หรือเริ่มมีความเสี่ยงเป็นโรคนี้ ช่วยแก้ปัญหาข้อต่อและกระดูกได้ถึงต้นเหตุช่วยลดการอักเสบและอาการปวดไปพร้อมกับการเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับข้อต่อและกระดูก โดยได้มีผลการทดลองในประสิทธิภาพในการลดอาการปวดข้อได้ดีกว่าการทานกลูโคซามินและคอนดรอยตินถึง2 เท่า
คอลลาเจนเป็นรูปแบบชงดื่มรสมะนาว รสชาติอร่อย รับประทานง่ายและสามารถดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ดี
ราคากล่องละ 590 บาท Nutrimaster Boncal Type II มีจำหน่ายในร้านวัตสันและร้านขายยาชั้นนำทั่วไป
สอบถามข้อมูลได้ที่ Line : @NutriMaster
https://www.facebook.com/NutrimasterThailand/
https://www.boncaltype2.com
QR-Code